วันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

สมดุลกล

สมดุลกล
สมดุลกล
   สภาพสมดุล (Equilibrium) คือ สมดุลที่เกิดขึ้นในขณะที่ วัตถุอยู่ในสภาพนิ่ง หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ถ้า แรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์ สมดุลจะแบ่งเป็น
    1. สมดุลสถิต (Static Equilibrium) เป็นสมดุลของ วัตถุขณะอยู่นิ่ง
    2. สมดุลจลน์ (Kinetic Equilibrium) เป็นสมดุลของ วัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ (a = 0) เมื่อพิจารณาการ         เคลื่อนที่เป็นหลัก จะมีเงื่อนไขสมดุลอยู่ 2 อย่างคือ
         1. สมดุลต่อการเลื่อนที่ คือ วัตถุอยู่นิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว จะมีค่า
         2. สมดุลต่อการหมุน คือ วัตถุมีอัตราการหมุนคงตัวผลรวมของโมเมนต์
             หลักที่นำมาใช้ในการคำนวณในกรณีที่วัตถุสมดุลต่อการเลื่อนท
ี่
คือ
             1. แตกแรงผลรวมของแรงทางด้านขวา = ผลรวมของแรงทางด้านซ้าย
                               ผลรวมของแรงทางด้านบน = ผลรวมของแรงทางด้านล่าง
                                     
            2. ทฤษฎีลามี (กฎของ sine)แรง 3 แรงมากระทำกันที่จุด ๆ หนึ่ง และอยู่ในภาวะสมดุล อัตราส่วนของแรงต่อ sin                 ของมุมตรงข้ามย่อมมีค่าเท่ากัน
                                     
            3. สามเหลี่ยมแทนแรงถ้ามีแรง 3 แรงกระทำร่วมกันที่จุด ๆ หนึ่ง และอยู่ในภาวะสมดุลโดยทิศของแรงทั้ง 3                 แรงตั้งฉากกับด้านทั้ง 3ของสามเหลี่ยมจะได้อัตราส่วนขนาดของแรงต่อด้านที่แรงนั้นตั้งฉากอยู่
                                       

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

กลอนสวัสดีปีใหม่

กลอนสวัสดีปีใหม่

แรงโน้มถ่วง

ความโน้มถ่วง

  ในทางฟิสิกส์ ความโน้มถ่วง หรือ แรงโน้มถ่วงมวล แรงโน้มถ่วงเป็นหนึ่งในสี่แรงหลัก ซึ่งประกอบด้วย แรง โน้มถ่วงแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์แบบอ่อน และ แรงนิวเคลียร์แบบเข้ม ในจำนวนแรงทั้งสี่แรงหลัก แรงโน้มถ่วงมีค่าน้อยที่สุด ถึงแม้ว่าแรงโน้มถ่วงจะเป็นแรงที่เราไม่สามารถรับรู้ได้มากนักเพราะความเบา บางของแรงที่กระทำต่อเรา แต่ก็เป็นแรงเดียวที่ยึดเหนี่ยวเราไว้กับพื้นโลก แรงโน้มถ่วงมีความแรงแปรผันตรงกับมวล ไม่มีการลดทอนหรือถูกดูดซับเนื่องจากมวลใด ๆ ทำให้แรงโน้มถ่วงเป็นแรงที่สำคัญมากในการยึดเหนี่ยวเอกภพไว้ด้วยกัน 

นอกเหนือจากความโน้มถ่วงที่เกิดระหว่างมวลแล้ว ความโน้มถ่วงยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เราเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ตาม กฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน เช่น การเพิ่มหรือลดความเร็วของวัตถุ การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ เป็นต้น

กฎ ความโน้มถ่วงของนิวตัน

 

ในปี พ.ศ. 2230 ไอแซก นิวตัน ได้ค้นพบกฎความโน้มถ่วงดังนี้
F = \frac{G m_1 m_2}{r^2}
เมื่อ:
F เป็นความโน้มถ่วงระหว่างมวลทั้งสอง
G เป็นค่าคงที่ความโน้มถ่วง
m1 เป็นมวลของวัตถุแรก
m2 เป็นมวลของวัตถุที่สอง
r เป็นระยะห่างระหว่างวัตถุทั้งสอง
นั่นคือความโน้มถ่วงแปรผันตรงกับมวล (มวลมากก็มีความโน้มถ่วงมาก) และแปรผกผันกับระยะห่างกำลังสอง (ระยะห่างมากก็มีความโน้มถ่วงน้อย)

ทฤษฎี สัมพัทธภาพทั่วไป

 

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เผยแพร่ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปในปี พ.ศ. 2459โดยเนื้อหาแสดงถึงการอธิบายความโน้มถ่วงที่ มีพื้นฐานมาจากทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและกฎความโน้ม ถ่วงของนิวตันในรูปแบบของกาลอวกาศ (Spacetime) เชิงเรขาคณิตที่สามารถอธิบายได้ด้วยสมการสนามของไอ น์สไตน์(Einstein field Equation)ดังนี้
R_{\mu \nu} - {1 \over 2}g_{\mu \nu}\,R + 
g_{\mu \nu} \Lambda = {8 \pi G \over c^4} T_{\mu \nu}
เมื่อ Rμν เป็น ริชชี่เทนเซอร์ความโค้ง (Ricci Tensor Curvature)
R เป็น ความโค้งเชิงสเกลาร์ (Scalar Curvature)
gμν เป็น เมตริกซ์เทนเซอร์
\Lambda \! เป็น ค่าคงตัวจักรวาล (Cosmological Constant)
G เป็น ค่านิจโน้มถ่วงสากล (Gravity Constant)
c เป็น ความเร็วแสง
Tμν เป็น เทนเซอร์ความเค้น-พลังงาน (Stress-Energy Tensor)