วันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

แรงโน้มถ่วง

ความโน้มถ่วง

  ในทางฟิสิกส์ ความโน้มถ่วง หรือ แรงโน้มถ่วงมวล แรงโน้มถ่วงเป็นหนึ่งในสี่แรงหลัก ซึ่งประกอบด้วย แรง โน้มถ่วงแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์แบบอ่อน และ แรงนิวเคลียร์แบบเข้ม ในจำนวนแรงทั้งสี่แรงหลัก แรงโน้มถ่วงมีค่าน้อยที่สุด ถึงแม้ว่าแรงโน้มถ่วงจะเป็นแรงที่เราไม่สามารถรับรู้ได้มากนักเพราะความเบา บางของแรงที่กระทำต่อเรา แต่ก็เป็นแรงเดียวที่ยึดเหนี่ยวเราไว้กับพื้นโลก แรงโน้มถ่วงมีความแรงแปรผันตรงกับมวล ไม่มีการลดทอนหรือถูกดูดซับเนื่องจากมวลใด ๆ ทำให้แรงโน้มถ่วงเป็นแรงที่สำคัญมากในการยึดเหนี่ยวเอกภพไว้ด้วยกัน 

นอกเหนือจากความโน้มถ่วงที่เกิดระหว่างมวลแล้ว ความโน้มถ่วงยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เราเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ตาม กฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน เช่น การเพิ่มหรือลดความเร็วของวัตถุ การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ เป็นต้น

กฎ ความโน้มถ่วงของนิวตัน

 

ในปี พ.ศ. 2230 ไอแซก นิวตัน ได้ค้นพบกฎความโน้มถ่วงดังนี้
F = \frac{G m_1 m_2}{r^2}
เมื่อ:
F เป็นความโน้มถ่วงระหว่างมวลทั้งสอง
G เป็นค่าคงที่ความโน้มถ่วง
m1 เป็นมวลของวัตถุแรก
m2 เป็นมวลของวัตถุที่สอง
r เป็นระยะห่างระหว่างวัตถุทั้งสอง
นั่นคือความโน้มถ่วงแปรผันตรงกับมวล (มวลมากก็มีความโน้มถ่วงมาก) และแปรผกผันกับระยะห่างกำลังสอง (ระยะห่างมากก็มีความโน้มถ่วงน้อย)

ทฤษฎี สัมพัทธภาพทั่วไป

 

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เผยแพร่ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปในปี พ.ศ. 2459โดยเนื้อหาแสดงถึงการอธิบายความโน้มถ่วงที่ มีพื้นฐานมาจากทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและกฎความโน้ม ถ่วงของนิวตันในรูปแบบของกาลอวกาศ (Spacetime) เชิงเรขาคณิตที่สามารถอธิบายได้ด้วยสมการสนามของไอ น์สไตน์(Einstein field Equation)ดังนี้
R_{\mu \nu} - {1 \over 2}g_{\mu \nu}\,R + 
g_{\mu \nu} \Lambda = {8 \pi G \over c^4} T_{\mu \nu}
เมื่อ Rμν เป็น ริชชี่เทนเซอร์ความโค้ง (Ricci Tensor Curvature)
R เป็น ความโค้งเชิงสเกลาร์ (Scalar Curvature)
gμν เป็น เมตริกซ์เทนเซอร์
\Lambda \! เป็น ค่าคงตัวจักรวาล (Cosmological Constant)
G เป็น ค่านิจโน้มถ่วงสากล (Gravity Constant)
c เป็น ความเร็วแสง
Tμν เป็น เทนเซอร์ความเค้น-พลังงาน (Stress-Energy Tensor)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น